ทดลองถ่ายรูปทะเลใช้วิธี long exposure

พอดีได้ลองสั่งซื้อตัว ND Filter มาสักพักแล้ว ก็เพิ่งมีโอกาสมาลองใช้ และก็ลองถ่ายทะเลดู หวังว่าจะพอใช้ได้นะครับ

Sunset at NangRam beach by Keerati Tansawatcharoen on 500px.com

รูปนี้ก็เพิ่งถ่ายวันนี้หมาดๆเลยที่หาดนางรำ ขับรถกลับบ้านมาก็เอามาลงเลย

ดูซีรีส์ Grey’s Anatomy

ซีรีส์นี้เกี่ยวกับแพทย์ฝึกหัดชื่อ Grey และเพื่อนศัลยแพทย์ มีเรื่องมากมายที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการผจญภัยของแพทย์ ความทะเยอทะยานของแพทย์ ปัญหาร้ายแรงที่ต้องเจอ รวมถึงชีวิตส่วนตัวของตัวละครต่างๆ

อีกส่วนหลักของเรื่องก็จะเป็นเกี่ยวกับเรื่องความรัก ความหวังของตัวละคร ซีรีส์นี้ต้องบอกว่าค่อนข้างทำให้จมดิ่ง เพราะจะมีจุดหักมุมที่ทำให้รู้สึกว่าคนเรามันต้องเจอเรื่องแย่ขนาดนี้ได้เชียวหรือ แต่สิ่งที่สำคัญอีกสิ่งนึงคือ พวกเขายังสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างไร ทั้งๆที่ได้เจอ ได้ผ่านเรื่องแย่ๆมากขนาดนั้นมา

ซีรีส์นี้มีหลายซีซันมากเท่าที่เห็นตอนนี้คือมี 13 ซีซัน (ไม่รู้จบหรือยัง) แต่เพิ่งดูถึงซีซันที่ 5 และรู้สึกจมดิ่งตั้งแต่ตอนเปิด Episode แรก จึงเป็นที่มาของการเขียนบล็อกนี้

และหลังจากดูต่อไปอีกหน่อย …… ก็แทบอยากด่าผู้กำกับ 555555

ทดลองใช้บริการเลาจ์ของ Future Park ครั้งแรก

วันนี้ได้มีโอกาสมาลองใช้บริการเลาจ์ของฟิวเจอร์พาร์ค (Future Park) ครั้งแรก ซึ่งผู้ที่จะใช้งานเลาจ์นี้ได้ต้องถือบัตร Platinum Member Card ของทางห้างแห่งนี้เท่านั้นครับ

จากที่ได้ถือบัตรนี้มานานเกิน 1 ปี และจำไม่ได้ว่าได้มายังไง 555 ก็เพิ่งได้เดินผ่านแถว Zpell ชั้น 1 เพื่อที่จะไปลานจอดรถและกลับบ้าน ทันใดนั้นเองก็ได้เหลือบไปเห็นเลาจ์สำหรับ Platinum Member Card เลยลองเข้าไปนั่งดู

ข้างในสวยหรูดีครับ โดยเข้าไปก็จะพบกับพนักงานที่นั่งหน้าเคาท์เตอร์และยื่นบัตรให้กับพนักงานครับและก็จะสามารถเข้ามาใช้งานได้เลย โดยบัตร 1 ใบสามารถมีผู้ติดตามได้ 2 คน คือรวมแล้วเข้าได้ 3 คนนั่งเอง

บรรยากาศภายในนั้นแบ่งเป็นที่นั่งหลายที่ครับ จัดวางสวยงาม มีห้องน้ำบริการสำหรับผู้ถือบัตรโดยเฉพาะด้วย (ซึ่งอยู่ภายในเลาจ์) รวมถึงมีบริการน้ำดื่มฟรี นิตยสารต่างๆ และ Wi-Fi (อันนี้ยังไม่ได้ลองใช้ ไว้รอบหน้า)

ตอนนี้น้ำดื่มจะมีอยู่ 3 อย่างคือ 1) น้ำเปล่า 2) น้ำส้ม 3) และน้ำแดงครับ (ลืมถ่ายรูปโซนนั้นมา) และที่ดูหรูหราเป็นพิเศษคือกระดาษทิชชู่มันดูแพงเหลือเกิน

ข้างในค่อนข้างเงียบครับ น่าจะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการสมาธิในการอ่านหนังสือ หรือนั่งทำงานเงียบๆครับ เพราะที่นี่เขามีข้อห้ามไม่ให้ส่งเสียงดัง รวมถึงการเข้ามาประชุมทางด้านธุรกิจ ถือว่าดีมากๆครับ

ถือว่าเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่พยายามสร้างแบรนด์และจับกลุ่มลูกค้าที่ดูพรีเมียมมากขึ้น (เอาจริงๆแต่ละคนที่เข้ามา รวมถึงผมด้วยก็เสื้อยืดกางเกงยีนส์นะ) แต่จะแหวกแนวจากเลาจ์อื่นๆก็ตรงจะเน้นความเงียบสงบ ไม่เสียงดังเหมือนหลายๆที่ครับ (อาจจะเป็นช่วงแรกหรือเปล่าก็ต้องลองดูกัน)

รายละเอียดของเลาจ์ที่ฟิวเจอร์พาร์คนี้ก็ลองเข้าไปดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของเขาที่นี่ได้เลยฮะ

Visual Studio Team Services กลับมาเป็นปกติแล้ว

หลังจากที่ได้เจอว่าเมื่อวาน Visual Studio Team Services ล่ม ล่าสุดกลับมาใช้งานได้แล้ว น่าจะช่วงตี 5 ของวันนี้ตามเวลาประเทศไทย

เมื่อไปดูสถานะของเซิร์ฟเวอร์ของทาง Microsoft ก็มีล่มไปหลายตัว บางตัวล่มทุก Node บางตัวแค่บาง Node แต่ที่แจ็คพ็อตแน่นอนคือ Visual Studio Team Services นะฮะ 😂

ทดลองกาแฟร้าน After November

วันนี้ได้มีโอกาสมาทดลองกาแฟร้านใหม่ที่เปิดใกล้ๆแถวบ้าน เห็นมาสักพักหนึ่งแล้วแหละ แต่เพิ่งได้มีโอกาสมาทดลองครับ ชื่อร้านคือ After November ครับ อยู่แถวลำลูกกาคลอง 3 พอเลี้ยวเข้ามาในซอยปุ๊ปจะเห็นร้านอยู่ทางด้านขวามือ ใกล้ๆกับ 7-Eleven เลยครับ

พอเข้ามาแล้วชอบบรรยากาศของร้านมากครับ ด้วยความที่เห็นบรรยากาศของร้านที่ดูคุ้นๆ และรูปแบบของตัวอักษรของชื่อร้านก็ดูคุ้นๆ รวมถึงผมคุ้นกับหน้าตาของเจ้าของร้านและบาริสต้ามาก

After November

สรุปแล้วก็คือนี่ก็เป็นร้านกาแฟของดอีตแฟนของคุณสายป่านนั่นเองครับ ร้านก็อยู่ห่างกันไม่ไกลมากนะ น่าจะ 2-3 กิโลเมตรได้ แต่ผมชอบบรรยากาศตรงนี้มากกว่า ตรงที่ร้านมีความกว้างขวางกว่า และมีความชิลๆสบายๆกว่า

แต่ไม่ใช่ว่าร้านเดิมของสายป่านที่เปลี่ยนชื่อจาก 29 November เป็น Another Coffee จะไม่ดีนะครับ แต่ผมชอบแนวบรรยากาศแบบนี้มากกว่า (อีกอย่างผมไม่ได้เป็นพวกดราม่ากับเรื่องส่วนตัวดารา จึงไม่มีผลต่อการมาอุดหนุนของผมเลยแม้แต่น้อย)

ร้านนี้ก็มีกาแฟแปลกๆให้ลองเยอะเหมือนกันครับ หลายเมนูเลย แต่วันนี้ที่ผมลองคือเป็น Express Tonic คือเอากาแฟ Espresso มาผสมกับน้ำอัดลมอะไรสักอย่าง (จำไม่ได้ 555) แต่อร่อยอะ รสชาติแปลกดี ขมๆกาแฟ มีซ่าๆและเปรี้ยวหวานเล็กๆของน้ำอัดลมตาม

ส่วนตัวพอมานั่งคิดถึงชื่อของร้านแล้ว ก็แอบปนเศร้าและให้เห็นถึงความเข้มแข็งไม่น้อยเช่นกัน เนื่องจากร้านเก่าที่เปิดคู่กับคนรักเก่านั้นใช้ชื่อว่า 29 Novemeber และเมื่อเลิกรากันไปแต่ชีวิตต้องสู่ต่อเลยน่าจะเป็นที่มาของ After November (ผมคิดเอาเอง)

ก็มาลองกันฮะ เผื่อจะเป็นทางเลือกของร้านกาแฟแถวนี้และเผื่อจะชอบกัน ส่วนแผนที่ตามด้านล่างเลยนะ

deploy เว็บไซต์ที่เขียนด้วย Nodejs ง่ายๆ โดยใช้ PM2

เพิ่งกลับมาทดสอบเริ่มเขียน Node.js อีกครั้ง ที่ปกติแล้วที่บริษัทจะมีทีม DevOps ซึ่งเขาใช้ Jenkins เพื่อ build docker และ deploy image ที่ผ่านการทดสอบแล้วขึ้น production โดยอัตโนมัติเพียงแค่ push code ขึ้น git เท่านั้น

แต่เนื่องด้วยว่าถ้าเขียน project เอง และค่อนข้างโง่เรื่อง Jenkins (ทำไม่เป็นอะ 😂😂😂😂) เลยได้มาใช้ PM2

เกริ่นก่อนว่าเคยได้รู้จัก PM2 คร่าวๆมาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน โดยไม่ได้ทำอะไรกับมันจริงจัง เพียงแค่รู้ว่ามันช่วย restart process ให้อัตโนมัตหาก script ที่เขียนมัน throw error และ process ตาย จนกระทั่งไปอ่านเว็บไซต์ของ PM2 และได้เจอหัวข้อ Deployment

สิ่งแรกง่ายๆเลยที่ต้องมีคือ

  1. ลง PM2 บนเครื่องของตัวเอง
  2. ลง PM2 บนเครื่องของ Server
  3. มี Git ที่ไหนสักที่ 😂 ส่วนตัวใช้ Private Git ของ Microsoft คือ Visualstudio.com
  4. สามารถ ssh remote โดยใช้ SSH Key-based authentication จากเครื่องของตัวเองไปยัง Server ได้ (วิธีตั้งค่าอ่านเจอที่นี่)
  5. เช่นกัน Server สามารถ clone git จาก Git Server โดยใช้ SSH Key-based authentication ได้
  6. แน่นอนทั้งบนเครื่องตัวเองและ Server อย่าลืมสร้าง SSH config เพื่อให้ชีวิตง่ายขึ้นใน ~/.ssh/config

    ส่วนนี้สำหรับบน macOS

    Host *
        UseKeychain yes
        AddKeysToAgent yes
        IdentityFile ~/.ssh/id_rsa
    

    ส่วนนี้สำหรับบน Linux

    Host *
        IdentityFile ~/.ssh/id_rsa
    

    หากใครอยากตั้งค่า advance กว่านั้นก็สามารถทำได้ครับ อันนี้แบบ simple

  7. จากนั้นก็ทำตามเอกสารของ PM2 ได้เลย~

พอติดตั้งทุกอย่างเสร็จสิ้น หลังจากที่แก้ไข code และ push ขึ้น git แล้วก็แค่พิมพ์

pm2 deploy production update

หากต้อง revert ก็พิมพ์

# Revert to -1 deployment
$ pm2 deploy production revert 1

ท้าแข่งกินโคตรเบอร์เกอร์

วันนี้ไปเดินเล่นที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้าเดินลงไปชั้น G เพื่อไปกินเบอร์เกอร์ที่ร้าน Teddy’s Bigger Burger ตามคำแนะนำที่ที่ออฟฟิศ และได้เจอเมนู Challenge

Teddy's Bigger Burger

เลยลองจัด Mega Monster Burger เนื้อ 🍔 ดูสักหน่อย อย่างน้อยถ้าแค่ในรูปน่าจะ 13 นาทีไหว กอปรกับโม้กะพี่เขาไว้ เลยลองสั่งมาลองดู

ผ่านไปสักพักก็เอามาวาง 😱😱😱

Teddy's Bigger Burger

แทบจะร้องขอชีวิต 5555 ใหญ่มาก ขนาดพอๆกับเหยือกน้ำข้างหลังเลยอะ เฟรนช์ฟรายด์ก็เยอะ เอาวะ … สู้ก็สู้ มีโต๊ะข้างๆมาให้กำลังใจด้วย 😝😝😝

กินไปจนหมดเวลา 13 นาที ….เนื้อหมดแล้ว แต่บันกับเฟรนช์ฟรายด์ยังเหลือครบ 5555 ยอมฮะยอมพูดตามตรงว่ายัดจนไม่ได้ลิ้มรสชาติใดๆ วันหลังคงต้องมาโดนใหม่แบบไม่ต้องแข่งใดๆ 🤤🤤