จำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19

ช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังเริ่มพีคกับจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 ที่พุ่งสูงขึ้น 188 คนในประเทศไทย ณ วันที่ 22 มีนาคม 2563 ซึ่งคิดว่าจริงๆแล้วเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อของเมื่อวานมากกว่า พรุ่งนี้อาจจะมากกว่านี้ก็ได้

ด้วยความที่ต้องคอยรับข่าวด้วยความประสาทเสียพอสมควร รวมถึงต้องการทราบจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 ในปัจจุบันแบบง่ายๆ ก็มีเว็บไซต์นึงที่ทำดีพอสมควรคือ https://corona-stats.online

ข้อมูลจาก https://corona-states.online วันที่ 22 มีนาคม 2563

โดยเขามีแจก source code ให้ศึกษาด้วยที่ https://github.com/sagarkarira/coronavirus-tracker-cli

หากคนที่จากเปิดดูง่ายๆ แบบไม่ต้องเข้าหน้า browser ก็สามารถเรียก cURL command เพื่อดูข้อมูลได้เหมือนกันนะ

curl https://corona-stats.online?source=2

เท่านี้ข้อมูลอัพเดทก็จะขึ้นมาบน console แล้ว แต่ถ้าใครอยากจะดูแค่ประเทศไทย ก็สามารถ grep เอาได้เช่นกัน จะได้ไม่ต้องมานั่งเลื่อนดู

curl https://corona-stats.online?source=2 | grep Thailand

ช่วงนี้ใครสามารถอยู่บ้านได้โดยไม่เดือดร้อนอะไร ก็อยู่บ้านกันนะครับ จะได้ไม่รับเชื้อและแพร่กระจายเชื้อ Covid-19 ให้มากขึ้น และจะได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติกันได้เร็ว

เป้าหมายในการแก้ไขตัวเอง

ช่วงนี้เป็นอีกช่วงหนึ่งที่งานค่อนข้างยุ่งพอสมควร แต่ก็เป็นช่วงที่สนุกมากๆ เนื่องจากได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน Kubernetes ที่ไม่ได้เคยได้แตะมาก่อน ก็ได้แตะและใช้งานครั้งแรก ต้องบอกเลยว่ายังจำอะไรไม่ได้เท่าไหร่ คงต้องใช้งานเยอะๆ จะได้จำได้

อีกส่วนนึงก็คือได้เห็นข้อบกพร่องของตัวเอง และคิดว่าจำเป็นจะต้องรีวิวและปรับปรุงตัวเองในช่วงที่ผ่านมา ส่วนนึงยังไม่มีคนบอก แต่ก็รู้สึกและก็เห็นได้จากปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมงาน ซึ่งข้อบกพร่องของตัวผมเองนี้ก็คือ หากช่วงที่เวลายุ่งมากและกำลังโฟกัสกับอะไรบางอย่างอยู่แบบหนักๆ หากมีคนมา interrupt เช่นถามอะไรเยอะๆ (ที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่ทำอยู่) จะเหวี่ยงเอาได้ง่ายๆ ซึ่งส่วนนี้ไม่ดีแน่ๆ ทั้งตัวผมเอง และความรู้สึกของเพื่อนร่วมงาน

ฉะนั้นเป้าหมายของผมในวันต่อๆไปนี้คือ จะพยายามเงียบก่อนที่จะตอบเพื่อลดอารมณ์ของตัวเอง และพิจารณาคำตอบให้ดีก่อนที่จะตอบออกไป หรืออาจจะหาทางปฏิเสธที่ดี ที่สุภาพมากกว่านี้ ซึ่งจะเริ่มพยายามทำทันทีเพื่อไม่ให้ติดเป็นนิสัย และทำให้สัมพันธ์ของเพื่อร่วมงาน และบรรยากาศการทำงานแย่ลง

คิดว่าส่วนนี้จะแจ้งข้อบกพร่องส่วนนี้ของตัวผมเองให้กับหัวหน้ารับทราบเช่นกัน และจะหาวิธีการแก้ไข (Action plan) รวมถึงจะได้ฝากหัวหน้าช่วยสอบถามเอา feedback ของเพื่อนร่วมงาน (ข้อมูลทางอ้อม) เพื่อมาปรับปรุงตัวผมเองให้ดีขึ้นด้วย

เรื่องนี้ผมคิดว่าไม่ได้เป็นเรื่องน่าอายที่จะคุยกับหัวหน้า หรืออาจจะเรียกได้ว่าผมโชคดีมากที่มีหัวหน้ารับฟัง พร้อมที่จะช่วยผมแก้ไขตัวเองและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

สู้ๆ

Mind-set คืออะไรกันแน่?

จริงๆคำว่า mind-set เป็นคำที่พูดกันทั่วๆไปที่ติดปากกันทุกวันนี้ รวมถึงผมด้วยที่ไม่ได้หาความหมายหรือเข้าใจความหมายของมัน 100% ซึ่งที่ผมเข้าใจ mind-set มันก็คือกลุ่มของความคิดของคนๆนึง หรือของกลุ่มคน หรือบางทีก็เหลื่อมๆไปกับคำว่า attitude หรือทัศนคติของคนหรือกลุ่มคนนั้นๆ หรือบางทีก็แปลกันว่า กรอบความคิด

เรามาหาความหมายเล่นๆจากเว็บ Merriam Webster ดูดีกว่า ซึ่งในเว็บไซต์ได้แปลความหมายไว้ดังนี้

mind-set

noun\ ˈmīn(d)-ˌset  \

Definition of mind-set

1: a mental attitude or inclination
politicians trying to determine the mind-set of voters

2: a fixed state of mind 
His mind-set does not allow for new situations.

ซึ่งในความหมายแรกก็พูดถึงทัศนคติ(ทางด้านจิตใจ?) หรือความชอบ ความลำเอียง ความโน้มเอียง ทำให้ผมนึกถึงคำว่า Bias และในความหมายที่สองถ้าแปลตรงๆก็น่าจะเป็น สภาพที่คงที่ของจิตใจ ฟังดูเข้าเค้า กรอบความคิด

ซึ่งผมได้ฟัง PodCast : Random Thoughts From My Diary ตอนที่ 512 ของคุณรวิศ หาญอุตสาหะ ได้พูดถึงเรื่อง mind-set ไว้ และเล่าให้ฟังว่าคำว่างานที่ “สนุก” ก็เป็นหนึ่งใน mind-set ของเรา ซึ่งบางอย่างที่เราคิดว่างานนั้นสนุก งานนี้น่าเบื่อ งานนี้ไม่สนุกก็เรียกว่าเป็น mind-set ของเราได้ ซึ่งหากเราสามารถเปลี่ยน mind-set ของเราที่ทำให้งานที่ไม่สนุก มาเป็นมุมมองที่ทำให้สนุกได้ มันก็ทำให้เราสามารถเปลี่ยนมุมมองงานนั้นๆได้ หรือสิ่งอื่นๆได้เช่นกัน

ส่วนตัวผมชอบที่จะแปลความหมายออกไปในแนว Attitude หรือทัศนคติ หรือไปในแนววิธีคิดมากกว่าคำว่ากรอบความคิดยังไงชอบกล (จากในความหมายของ PodCast) ซึ่งเมื่อเราสามารถเปลี่ยนความคิดหรือทัศนคติของเรา ไม่ว่าจะเป็นงานที่น่าเบื่อแค่ไหน หรืองานที่ไม่สนุกให้เป็นความสนุก ความสร้างสรรค์ได้ แน่นอนว่าความสุขก็จะมีมากขึ้น และจะทำให้เรามีความคิดที่แก้ปัญหามากขึ้นด้วย

การที่ได้ฟัง PodCast นี้ทำให้ผมสามารถเป็น mind-set ของผมได้พอสมควรเลย 🙂

Soft Skill เพื่อพัฒนาตนเอง

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเข้าประชุม one-on-one meeting กับหัวหน้าซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำทุก 2 สัปดาห์ เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นการ feedback ทั้งฝั่งของหัวหน้าหรือทางฝั่งผมเอง ซึ่งในประเด็นของวันนั้นผมขอเอามาเข้าในกลุ่ม Soft Skill ในด้านการสื่อ

ส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ค่อย feedback ที่เป็น negative feedback ให้กับหัวหน้าเท่าไหร่ (ยกเว้นจะหนักหนาจริงๆ) ในคำว่า negative feedback ของผมนั้นไม่ได้หมายความว่า feedback เรื่องการร่วมงานกับหัวหน้านะครับ 555+ แต่หมายถึงรวมๆ เช่น การทำงาน การประสานงานกับคนอื่น ปัญหาที่พบ เป็นต้น เพราะอยากจะพยายามลองปรับตัว หรือแก้ปัญหาที่พบด้วยตนเองก่อน ซึ่งจุดนี้เมื่อนำมาวิเคราะห์ตัวเองดูแล้ว ก็น่าจะเป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวผมเอง ซึ่งจุดอ่อนที่ว่านั้นก็คือ อาจจะมีการ feedback ให้หัวหน้าช้าเกินไป

กลับมาที่ทางฝั่งหัวหน้าของผมนั้น ผมก็ได้รับ feedback หลายๆด้านเช่นกัน โดยส่วนนึงที่ผมวิเคราะห์สิ่งที่ได้รับและสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้เพิ่มเติมให้มากขึ้นนั้นก็คือ Soft Skill ในเรื่องของ Communication บางอย่างของผมเอง

ในเรื่องนี้ยอมรับว่าส่วนตัวจะเป็นคนพูดตรงๆ อ้อมๆไม่ค่อยเป็น โดยเฉพาะช่วงที่ยุ่งมากๆ สมองส่วนกรองประโยคของผมนี่จะหายไปเลย 5555+ จะค่อนข้างห้วนๆในภาษาพิมพ์และภาษาพูด ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ร่วมงานรู้สึกไม่ดี เช่น เหมือนเป็นการสั่ง เป็นต้น โดยหัวหน้าได้แนะนำวิธีการพูดคือ ให้ใช้ประโยคคำถามเพื่อขอความช่วยเหลือแทน เพื่อให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังรู้สึกว่าไม่ได้เป็นการโดนสั่ง และยังคงรู้สึกว่าเขาสามารถที่จะช่วยเหลือได้ และเพิ่มคุณค่าให้กับทั้งผู้ฟังและผู้พูด

ส่วนนี้ผมยอมรับว่าพอได้ฟังปุ๊ป โอ้โห ไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลยจริงๆ อาจจะเป็นเพราะการทำงานเดิมที่ผ่านมา จะพูดต้องพูดตรงๆไม่อ้อมค้อม และลักษณะงานจะเป็น Hierarchy มากๆ จึงสามารถที่จะสื่อสารในเชิงตรงๆ (หรือพูดให้แย่หน่อยก็คือ สั่ง 🤣) แต่พอที่ทำงานใน Organization ที่ค่อนข้าง Flat นั้นอาจจะต้องระมัดระวังคำนิดนึง ซึ่งผมชอบ feedback นี้และต้องขอบคุณทางหัวหน้าผมมาก โดยรู้สึกว่าหัวหน้าใส่ใจมาก แม้เขาจะงานยุ่งมาก แต่ก็ยังใส่ใจรายละเอียด และพยายามอธิบายเพื่อให้ผมได้ปรับปรุงจุดนี้อย่างเข้าใจง่ายครับ และแน่นอนมันดีต่อทั้งตัวผมเอง และดีต่อการทำงานของทีม

ผมพยายามพิจารณาอารมณ์ การตอบสนองของตัวเองมากขึ้น และตอนนี้จะพยายามตอบให้ช้าลงในเวลาที่ยุ่ง เพื่อที่จะได้ลดปัญหาของสื่อสารทั้งในเรื่องเนื้อหาสาระ และอารมณ์ของผู้ที่อ่านหรือฟัง พยายามทบทวนคำก่อนส่งให้มีความเคยชินกับรูปแบบของคำ รูปแบบของประโยคให้มากขึ้น ….. หวังว่าถ้าชินแล้วน่าจะทำให้มีความเร็วขึ้นได้ การสื่อสารของผมก็น่าจะมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากขึ้นครับ

Podcast ที่น่าสนใจ

วันนี้ได้ฟัง Podcast เรื่องหัวหน้าที่ดีของ The Standard ฟังไปฟังมามีพูดเรื่อง Burnt out ไว้ส่วนนึงและน่าสนใจ และคิดว่าหลายๆคนเคยเป็น เคยประสบทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว

หายไปนาน

ห่างหายจาก blog ไปพักนึง กำลังจะเริ่มกลับมาอัพเดทอีกครั้ง ตอนนี้มีงานอดิเรกกลับคืนมา 1 อย่างคือการถ่ายรูป จากที่ไม่ได้ถ่ายรูปมานานมากพอควร ตอนนี้ก็กลับมาเริ่มเรียนรู้จากพื้นฐานใหม่อีกครั้ง

อะ ดูรูปกันไปก่อนละกันนะ 🙂

Benjakiti Park by Keerati Tansawatcharoen on 500px.com

Benjakiti Park by Keerati Tansawatcharoen on 500px.com

Benjakiti Park by Keerati Tansawatcharoen on 500px.com